Albanian . Azərbaycani . العربية . Bengali . Bosanski . Burmese . 中文 . Czech . Danske . Deutsch . English . Française . Hausa . Hungarian . Indonesian . Italiano . Kyrgyz . Macedonian . Malay . Malayalam . Nederlandse . Norwegian . Pashto . Persian . Portuguese . Serbiana . Sindhi . Spanish . Svenska .Swahili . Thai . Türkçe . اردو

การใช้ปัญญามีชัยเหนือแนวคิดของดาร์วิน การหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดของดัจจาล (ต่อต้านเมสไซอา)

ทำไมลัทธิดาร์วินนิสม์จึงอันตราย?


Charles Darwin

ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นศาสนาของปัญญาชนนอกรีตที่ถือว่าความบังเอิญเป็นความสูงส่ง

ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นการหลอกลวงทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การกล่าวอ้างทุกอย่างของนักคิดแนวดาร์วินที่กล่าวในนามของวิวัฒนาการเป็นคำโกหก

ทฤษฎีวิวัฒนาการไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับวิทยาศาสตร์

แนวคิดแบบดาร์วินเป็นศาสนาจอมปลอมที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์และสังคมหันห่างออกจากความเชื่อในอัลลอฮ์ (แท้จริงอัลลอฮ์อยู่เหนือสิ่งนั้น) แนวคิดที่ชั่วร้ายนี้เป็นแนวความคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดัจจาล (ต่อต้านเมสไซอา) ในยุคสุดท้าย และเนื่องจากสังคมยังไม่รับรู้ถึงสิ่งนี้ มันจึงกระตุ้นให้สังคมมุ่งไปสู่การไร้ศาสนา, สงคราม, การกดขี่ และความลำบากยากแค้น ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นปฐมบทของแนวความคิดที่ไม่อิงศาสนาทั้งปวง เช่น ลัทธิไม่เชื่อมพระเจ้า, ลัทธิคอมมิวนิสต์ และลัทธิวัตถุนิยม ลัทธิดารวินนิสม์เป็นตัวอย่างของต้นเหตุแห่งสงคราม, การก่อการร้าย, การเข่นฆ่า, การล้างเผ่าพันธุ์ และเป็นท้องเรื่องของความน่าสะพรึงกลัวและหายนะที่ได้นำโศกนาฏกรรมมาสู่โลก ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดและวิปริตที่สุดที่ดัจจาลได้นำมาใช้

แนวคิดแบบดาร์วินเป็นศาสนาจอมปลอมที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์และสังคมหันห่างออกจากความเชื่อในอัลลอฮ์ (แท้จริงอัลลอฮ์อยู่เหนือสิ่งนั้น) แนวคิดที่ชั่วร้ายนี้เป็นแนวความคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดัจจาล (ต่อต้านเมสไซอา) ในยุคสุดท้าย และเนื่องจากสังคมยังไม่รับรู้ถึงสิ่งนี้ มันจึงกระตุ้นให้สังคมมุ่งไปสู่การไร้ศาสนา, สงคราม, การกดขี่ และความลำบากยากแค้น ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นปฐมบทของแนวความคิดที่ไม่อิงศาสนาทั้งปวง เช่น ลัทธิไม่เชื่อมพระเจ้า, ลัทธิคอมมิวนิสต์ และลัทธิวัตถุนิยม ลัทธิดารวินนิสม์เป็นตัวอย่างของต้นเหตุแห่งสงคราม, การก่อการร้าย, การเข่นฆ่า, การล้างเผ่าพันธุ์ และเป็นท้องเรื่องของความน่าสะพรึงกลัวและหายนะที่ได้นำโศกนาฏกรรมมาสู่โลก ลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดและวิปริตที่สุดที่ดัจจาลได้นำมาใช้

การสู้รบกันกลางเมือง, สงคราม และก่อความรุนแรงทั้งหมดที่มีอยู่ทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดมาจากลัทธิดาร์วินนิสม์โดยไม่มีข้อยกเว้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้แนวคิดแบบดาร์วินเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายที่สุดของดัจจาลในยุคสุดท้ายที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ วิธีเดียวที่จะทำให้ความเชื่อในอัลลอฮ์เผยแพร่ไปทั่วโลก และเพื่อให้ความป่าเถื่อนและไม่เป็นสุขนี้สิ้นสุดลงไป ก็คือด้วยการกำจัดศาสนานอกรีตของลัทธิดาร์วินนิสม์ให้สิ้นไป

Without exception, all the civil conflicts, wars and acts of terror that persist today originate from Darwinism.

ศาสนานอกรีตนี้ฝังรากอยู่ในการหลอกลวงอย่างกว้างขวาง ดังนั้น จึงเป็นการง่ายมากที่จะกำจัดความเชื่อแบบผิดๆ ที่เรียกว่าการวิวัฒนาการนี้ไปด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคสมัยที่ความไม่เป็นตรรกะและความผิดพลาดของทฤษฎีที่ฟังดูมีเหตผลนี้ถูกเปิดโปงออกมาอย่างครบถ้วนในทุกด้าน แท้จริงแล้ว ตามที่สามารถจะเห็นได้จากข้อมูลในเว็บไซต์นี้ ว่าการหลอกลวงเรื่องวิวัฒนาการถูกเปิดเผยออกมา ศาสนาที่ผิดเพี้ยนของลัทธิดาร์วินนิสม์ที่ได้หลอกลวงโลกและสร้างความทุกข์ยากนี้จะหายไปจนหมดสิ้น

พระเจ้าจอมปลอมของนักวิวัฒนาการคือความบังเอิญ


In the wake of Mr. Oktar’s global exposure of the illogicality and nonsensicality of the idea of chance, Darwinists have recently been reluctant to use the word “chance” directly.

ตามแนวคิดแบบดาร์วิน สิ่งมีชีวิตที่น่าพิศวงนานาประการบนโลกนี้เกิดขึ้นมา “ด้วยความบังเอิญ” เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการกล่าวว่า “อัลลอฮ์ได้สร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา” (แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่เหนือสิ่งนั้น) นักคิดแบบดาร์วินได้รับเอาความบังเอิญมาเป็นพระเจ้าในสายตาของพวกเขา และอ้างว่าเหตุการณ์ที่มืดบอดและไม่มีสำนึกเป็นต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียวของระบบที่ซับซ้อนของสิ่งที่มีชีวิตที่ ประเสริฐและน่าพิศวงเหล่านี้ ลัทธิดาร์วินนิสม์หลอกลวงผู้คนด้วยตรรกะง่ายๆ และน่าขำเพียงนั้น วิธีที่อาจารย์บรรยายในมหาวิทยาลัย นักวิทยาศาสตร์ และครูที่ได้ศึกษาและวิจัย พูดถึงการสุ่มเลือกโดยไม่มีความรู้สึกนึกคิดอะไรเลย ราวกับว่ามันเป็นผู้มีปัญญาที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถคิดและทำการตัดสินใจได้ และราวกับว่ามันเป็นผู้ให้กำเนิดระบบต่างๆ ที่พิเศษเหล่านั้น เป็นความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง (แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่เหนือสิ่งนั้น)

ความบังเอิญเป็นพระเจ้าจอมปลอมของลัทธิดาร์วินนิสม์ ที่ได้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาและทำงานมหัศจรรย์ ตามทัศนคติที่ตื้นเขินของโลกแห่งดาร์วิน เวลาและความบังเอิญมีความสามารถที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ความเชื่อที่ไร้เหตุผลนี้ยืนยันว่าความบังเอิญสามารถทำได้ในสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ และในบางครั้งมันมีความรู้ความสามารถและช่องทางที่ยอดเยี่ยมกว่านักวิทยาศาสตร์และห้องทดลองของพวกเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่คนใดก็ตามที่มีความคิด มีความรู้ และรู้จักคิดพิจารณา จะเห็นคล้อยตามคำกล่าวอ้างเช่นนั้น แท้จริงแล้ว ผลงานต่างๆ ที่อัดนาน อุคตาร์ ได้เขียนขึ้นมาตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดเผยให้เห็นความเป็นโมฆะของทฤษฎีวิวัฒนาการ เป็นเครื่องมือในการทำให้ประชาชนได้เข้าใจดียิ่งขึ้นถึงความไร้เหตุผลนี้ และได้ประจักษ์ว่าการวิวัฒนาการไม่ใช่อื่นใดนอกจากการกล่าวอ้างที่ไร้แก่นสาร

เมื่ออุคตาร์ได้เริ่มเปิดเผยให้โลกเห็นถึงความไร้เหตุผลและไม่กินกับสติปัญญาของแนวคิดเรื่องความบังเอิญนี้ นักคิดแนวดาร์วินจึงเริ่มลังเลที่จะใช้คำว่า “ความบังเอิญ” อย่างตรงไปตรงมา พวกเขาจินตนาการไปว่าจะสามารถปกป้องตัวเองไม่ให้ถูกมองว่าโง่ได้ด้วยการใช้คำพูดที่ไร้เหตุผลพอกันที่มี

ความหมายเหมือนๆ กัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะใช้คำว่า บังเอิญ, ความสอดคล้อง, หรือการแข่งขันตามยถากรรม พวกเขายังคงพูดถึงท้องเรื่องที่มีการแข่งขันอย่างไร้สติที่ทำให้เกิดโลกของสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิด มีสมดุล ได้สัดส่วน และสวยงามเป็นพิเศษ แต่การกล่าวอ้างเหล่านี้ยิ่งทำให้นักคิดแนวดาร์วินยิ่งดูน่าสงสารมากกว่า นักคิดแนวดาร์วินผู้หาคำอธิบายสำหรับต้นกำเนิดของชีวิตด้วยแนวทางการวิวัฒนาการโดยใช้ท้องเรื่องที่ไร้เหตุผลที่สุดนี้ โดยแท้ที่จริงแล้วไม่สามารถอธิบายได้แม้กระทั่งเรื่องที่โปรตีนเดี่ยวมีชีวิตขึ้นมาด้วยตนเองได้อย่างไร นั่นคือข้อเท็จจริงประการแรกและสำคัญที่สุดที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับการหลอกลวงของนักคิดแนวดาร์วิน เมื่อไม่สามารถอธิบายถึงการก่อตัวของโปรตีนเดี่ยวได้ นักคิดแนวดาร์วินจึงต้องพึ่งการหลอกลวงอย่างโจ่งแจ้ง ทุกเรื่องที่พวกเขาเล่าเกี่ยวกับการกำเนิดของชีวิตล้วนเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา วิธีที่เรื่องนี้ได้สว่างขึ้นและได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาด้วยฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตที่ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปีได้สาปให้ลัทธิดาร์วินนิสม์ถึงกาลอวสาน

บทพิสูจน์พื้นฐานสองข้อเพียงพอแล้วในการโค่นล้มทฤษฎีวิวัฒนาการลงได้

1. โปรตีนเดี่ยวหักล้างทฤษฎีวิวัฒนาการได้เด็ดขาด

นักคิดแนวดาร์วินสามารถเขียนหนังสือหลอกลวงมากมายหลายเล่มที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ ผลิตซากฟอสซิลปลอมได้มากมายเท่าที่อยากทำ ล่อหลอกโจมตีเรื่องการสร้างสรรค์ด้วยหลักฐานวิทยาศาสตร์ได้อย่างมากมายโดยเลือกหรือติดโปสเตอร์ที่เต็มไป ด้วยภาพประกอบที่น่ามหัศจรรย์และนำเสนอสิ่งเหล่านี้ในการแสดงนิทรรศการด้านวิวัฒนาการไปทั่วทุกแห่ง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในความพ่ายแพ้ทางพื้นฐานของพวกเขาได้เลย นั่นเป็นเพราะว่า นักคิดแนวดาร์วินไม่สามารถให้การอธิบายได้เลยว่าโปรตีนแค่ตัวหนึ่งเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ความเป็นไปได้ที่โปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างขั้นพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิต จะเกิดขึ้นมาได้ด้วยตัวมันเองนั้นเป็นศูนย์ นี่ก็เป็นเพราะว่า มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีโปรตีนอยู่ก่อนแล้ว 100 ตัวในพื้นที่นั้นเพื่อที่จะก่อตัวขึ้นเป็นโปรตีน 1 ตัว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงรายละเอียดอันน่าอัศจรรย์ของโครงสร้างอันสลับซับซ้อนที่งดงามนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่า โปรตีนหนึ่งตัวไม่สามารถก่อตัวขึ้นมาได้โดยไม่มีโปรตีนตัวอื่นๆ ก็เป็นที่เพียงพอแล้วที่จะหักล้างลัทธิดาร์วินนิสม์ลงได้ แต่ความพ่ายแพ้ของนักนิยมวิวัฒนาการต่อหน้าโปรตีนเดี่ยวนี้ยังไปไกลยิ่งกว่านั้น

นอกจากนี้แล้ว :

  • ดีเอ็นเอเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อตัวของโปรตีนเดี่ยว
  • ดีเอ็นเอไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากโปรตีน
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากดีเอ็นเอ
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยขาดโปรตีนไป
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยขาดโปรตีนตัวใดตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการผลิตโปรตีนไป
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากไรโบโซม
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากอาร์เอ็นเอ
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากเอทีพี
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากมิโตคอนเดรียเพื่อผลิตเอทีพี
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากนิวเคลียสของเซลล์
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยปราศจากไซโตพลาสม์
  • โปรตีนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้โดยขาดออร์แกเนลล์เดี่ยวในเซลล์นั้น
  • และโปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับออร์แกเนลล์ทั้งหมดที่อยู่ในเซลล์เพื่อให้มีอยู่และทำหน้าที่
  • ไม่สามารถมีโปรตีนได้โดยปราศจากออร์แกเนลล์เหล่านี้

เพียงกล่าวว่า

เซลล์ทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการก่อตัวของโปรตีน ไม่มีทางเป็นไปได้ที่โปรตีนเดี่ยวจะก่อตัวขึ้นมาได้โดยขาดเซลล์ทั้งหมดไป ด้วยโครงสร้างที่สลับซับซ้อนอย่างสมบูรณ์ของมันที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่สิ่งที่เราเข้าใจมีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น

นักวิวัฒนาการทั้งหลายจำต้องหาท้องเรื่องใหม่ๆ ต่อหน้าข้อเท็จจริงเหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือการกล่าวอ้างถึง “โมเลกุลที่ถอดแบบด้วยตัวเอง” ของริชาร์ด ดอว์คินส์ และนักคิดแนวดาร์วิน ซึ่งเป็นเรื่องน่าขำและมีเจตนาเพื่อหลอกลวงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีโมเลกุลตัวใดในเซลล์มนุษย์ที่มีความสามารถในการถอดแบบตัวเองได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วย เหลือจากโมเลกุลอื่นๆ

อย่างที่เราได้เห็นกัน ทฤษฎีวิวัฒนาการต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับมาตั้งแต่เริ่มต้น วิธีการที่นักคิดแนวดาร์วิน ผู้ซึ่งหมดท่าต่อเรื่องโปรตีนเดี่ยวนี้ พยายามที่จะหลอกลวงประชาชนในหัวข้อเรื่องความหลากหลายของชีวิตบนโลก ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงความหลอกลวงของการวิวัฒนาการ

 

2- ทฤษฎีวิวัฒนาการล่มสลายต่อหน้าซากฟอสซิล 350 ล้านชนิด

นักคิดแนวดาร์วินยังทำการหลอกลวงต่อไปอีกเมื่อกล่าวถึงเรื่องฟอสซิล พวกเขาตบตาประชาชนด้วยรูปแบบการเปลี่ยนถ่ายอย่างผิดๆ ที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ด้วยภาพประกอบจอมปลอมและแม่แบบการสร้างขึ้นใหม่ที่อุปโลกน์ขึ้นมา พวกเขาใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเผยแพร่วิธีการที่พวกเขาตั้งเงื่อนไขขึ้นมาเอง แต่ความเป็นจริงคือ ไม่เคยมีนักวิวัฒนาการแม้แต่คนเดียวที่สามารถหยิบฟอสซิลขึ้นมาสักชิ้นแล้วพูดว่า “เราได้พบหลักฐานชิ้นหนึ่งของการวิวัฒนาการแล้ว” จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว

เรื่องนี้คือข้อเท็จจริงที่น่าตกตะลึงสำหรับคนที่ถูกสั่งสอนให้ซึมซับเอาแนวคิดแบบดาร์วินมานานหลายปี เพราะนักคิดแนวดาร์วินป่าวประกาศอยู่เสมอว่ามีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่เป็นหลักฐานยืนยันการวิวัฒนาการ แต่ความจริงก็คือ ไม่มีรูปแบบที่เป็นรอยต่อเคยถูกค้นพบเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มันเป็นเพียงแค่โกหกคำโตที่สุดอีกคำหนึ่งที่นักคิดแนวดาร์วินประดิษฐ์ขึ้นมา มีการค้นพบฟอสซิลมากกว่า 350 ชิ้นจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่เป็นฟอสซิลของสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ฟอสซิลทุกชิ้นที่นักคิดแนวดาร์วินป่าวประกาศว่าเป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงก็ถูกพิสูจน์ได้ว่าเป็นการหลอกลวง ฟอสซิลจำนวนมากจากฟอสซิล มากกว่า 350 ชิ้นเหล่านั้น เป็นตัวอย่างซากฟอสซิลที่มีอายุย้อนกลับไปได้หลายล้านปีของรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน หรือจะกล่าวได้ว่า มันคือฟอสซิลของสิ่งมีชีวิต สิ่งที่มันแสดงให้เห็นคือสิ่งมีชีวิตยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาหลายล้านปี ส่วนฟอสซิลอื่นๆ ก็เป็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่ในครั้งหนึ่ง แต่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ฟอสซิลเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารูปแบบของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีความสลับซับซ้อนที่กว้างขวางและน่าตื่นตะลึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตเมื่อหลายร้อยล้านปีที่แล้วก็ตาม นี่คือบทพิสูจน์ของการล่มสลายอย่างชัดเจนและเป็นวิทยาศาสตร์ของการวิวัฒนาการ

วิธีที่ฟอสซิลโต้แย้งการวิวัฒนาการคือร่างที่สองจัดการกับนักคิดแนวดาร์วิน วิทยาศาสตร์ทุกสาขายืนยันถึงการล่มสลายของวิวัฒนาการ ทุกการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ลบล้างการวิวัฒนาการด้วยหลักฐานที่มากยิ่งขึ้น ในทุกๆ โอกาส แต่ด้วยข้อพิสูจน์เพียงสองข้อที่เรามุ่งเน้น ณ ที่นี้ คือการล่มสลายของวิวัฒนาการต่อหน้าโปรตีนและฟอสซิล ก็เพียงพอล้วที่จะลดความน่าเชื่อถือของวิวัฒนาการด้วยตัวของมันเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงหลักฐานอื่นๆ ที่ลบล้างการวิวัฒนาการอีก หลักฐานใหญ่ที่ชัดเจนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะนักคิดแนวดาร์วินได้ ลำดับต่อไป จะกล่าวถึงประเด็นพื้นฐานต่างๆ ที่ตอบโต้กับข้อกล่าวอ้างของนักคิดวิวัฒนาการเป็นหลัก

  ฟอสซิลที่มีชีวิตหักล้างการวิวัฒนาการ  
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   

การคาดเดาเกี่ยวกับการวิวัฒนาการจอมปลอมของมนุษย์ เป็นส่วนประกอบสำคัญในเรื่องโกหกของนักคิดแนวดาร์วิน

แนวคิดเผด็จการแนวดาร์วินที่มีการครอบคลุมไปทั่วโลกตามที่เราได้อธิบายในรายละเอียดข้างล่างนี้ ด้วยช่องทางสื่ออันทรงอิทธิพลที่นักคิดแนวดาร์วินควบคุมอยู่ ได้ทำการสนับสนุนแนวคิดเรื่อง “มนุษย์วานร” มาตลอดเวลานานหลายปี ซากฟอสซิลของลิงทุกชิ้นที่ถูกค้นพบถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการหลอกลวงนั้น อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ฟอสซิลชิ้นที่ถูกประกาศว่า เป็นข้อพิสูจน์ของวิวัฒนาการ ถูกแสดงให้เห็นว่า เป็นฟอสซิลของลิงธรรมดาตัวหนึ่ง มันจึงถูกเก็บกลับไปอย่างเงียบเชียบ นี่คือการหลอกลวงที่มีชื่อเสียงของนักคิดแนวดาร์วิน

ยิ่งไปกว่านั้น นักคิดแนว ดาร์วินยังได้เน้นย้ำให้เห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างมนุษย์และลิง ด้วยการกล่าวถึงลักษณะของลิงที่แสดงให้เห็นรูปแบบของพฤติกรรมและความสามารถต่างๆ นานา เช่นการใช้เครื่องมือ หรือความสามารถในการเรียนรู้ จุดมุ่งหมายในสายตาของพวกเขาเองก็คือ เพื่อสร้างความเชื่อถือให้แก่คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องการหลอกลวงของดาร์วิน ให้เชื่อว่าแนวคิดเรื่องมนุษย์แปลงสายพันธุ์มาจากวานรนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จริงอยู่ที่วานรและลิงนั้นมีลักษณะบางอย่างที่คล้ายคลึงกับลักษณะของมนุษย์ แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่ามนุษย์ วานร และลิง เป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้มอบให้ไว้ วานรและลิงไม่เคยเป็นอื่นใดไปนอกเหนือจากวานรและลิง ตราบเท่าที่พวกมันจะยังคงอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าพวกมันจะได้รับการฝึกฝนมากเพียงใด พวกมันก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงมาเป็นมนุษย์ได้ด้วยคุณลักษณะต่างๆ เช่นความสามารถในการคิด ความเข้าใจ การแปลความหมาย การคิดล่วงหน้า การปฏิบัติอย่างชาญฉลาด การตัดสิน การกระทำที่มีแผนการหรือมีสตินึกคิด หรือแม้แต่การพูด ไม่ว่าพวกมันจะเพียรพยายามเพียงใด วานรและลิงก็ไม่มีทางที่จะมีความสามารถออกแบบเครื่องบิน สร้างตึกระฟ้า เขียนบทกวี หรือศึกษาชีวิตมนุษย์ในห้องทดลองได้ ไม่ว่าพวกมันจะได้รับการฝึกฝนมากเพียงใด พวกมันก็ไม่มีทางที่จะสามารถออกแบบโครงการ หรือสร้างอารยธรรมชั้นสูงที่ต้องผ่านการคิดไตร่ตรอง และการวางแผนได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนม เป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง ที่มีลักษณะทางกายภาพที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้มันเป็นพิเศษ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ มันไม่มีความรู้สึกนึกคิดด้านจิตใจและวิญญาณแบบมนุษย์ ข้อเท็จจริงที่ว่ามันมีความสามารถบางอย่างนั้น ย่อมไม่ใช่ข้อพิสูจน์ใดๆ เลยต่อข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่ามันคือบรรพบุรุษของมนุษย์

วิญญาณที่อัลลอฮ์ทรงมอบให้เป็นความโปรดปรานคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์

ในการกล่าวอ้างเหล่านั้น นักคิดแนวดาร์วินพยายามทำเป็นลืมความแตกต่างสำคัญระหว่างมนุษย์และลิง มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถพูดได้ว่า “ฉันคือ” มนุษย์คือผู้ที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเองและรู้ว่าเขาถูกสร้างมาทำไม, คือผู้ที่สามารถคิดไตร่ตรองถึงเหตุผลของการมีอยู่ของตัวเองและทำการตัดสินได้ มนุษย์มีวิญญาณ ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากรูปแบบของชีวิตอื่นๆ โดยสิ้นเชิง เมื่อเปรียบเทียบกับการมีอยู่ของวิญญาณ ความแตกต่างและความชำนาญด้านกายภาพไม่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเลย ถึงแม้ว่าสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ไม่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ในรูปลักษณ์ทางร่างกาย แต่มันมีวิญญาณ มันย่อมเป็นมนุษย์ นี่คือคุณลักษณะเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์

ไม่เคยมีการอธิบายจากนักวัตถุนิยมที่สามารถอธิบายถึงสิ่งมีชีวิตที่มีสตินึกคิด ที่รู้จักตัวเอง ที่พูดว่า “ฉันคือ” ได้เลย ไม่มีคำอธิบายของนักวัตถุนิยมที่สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบชีวิตหนึ่งที่ไม่มีสตินึกคิดและไม่รู้จัก การมีอยู่ของตัวเอง มาเป็นรูปแบบชีวิตที่มีวิญญาณและรับรู้ถึงการมีอยู่ของตนได้ นั่นคือสิ่งที่นักคิดแนวดาร์วินไม่อยากจะพูดถึง และสิ่งนั้นสร้างความสิ้นหวังอย่างใหญ่หลวงให้แก่พวกเขาในขณะที่พวกเขาพูดถึงสิ่งที่เรียกว่าวิวัฒนาการของ มนุษย์ และพยายามจะนำเสนอซากกะโหลกปลอมทั้งหลายว่าเป็นหลักฐานของเรื่องนี้

ด้วยเหตุนี้เอง ข้ออ้างทั้งหมดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ถูกโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนักในการเผยแพร่ของนักคิดแนวดาร์วิน จึงเป็นสิ่งที่ผิดพลาด ก่อนอื่นและเหนือสิ่งอื่นใด นักคิดแนวดาร์วินจำเป็นต้องอธิบายถึงสิ่งที่ทำให้มนุษย์ เป็นมนุษย์เสียก่อน พวกเขามีปฏิกิริยากับสิ่งที่เห็นและได้ยินได้อย่างไร, พวกเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้, ใช้เหตุผล, มีความรู้สึกต่างๆ เช่นเคารพนับถือ, รักและภักดี, และมีวิญญาณที่ทำให้พวกเขาทำการตัดสินใจและตัดสินเรื่องต่างๆ ได้อย่างไร แต่พวกเขาไม่สามารถให้คำอธิบายใดๆ ในเรื่องนี้ได้เลย และไม่มีทางเป็นไปได้ที่พวกเขาจะทำเช่นนั้น แท้ที่จริงแล้ว ต้นกำเนิดของความรู้สึกนึกคิด ต้นกำเนิดของวิญญาณที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์นั้น เป็นของอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงประทานสิ่งนี้ให้เป็นความโปรดปรานจากพระองค์เอง และด้วยวิธีนี้ ทรงทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากรูปแบบชีวิตอื่นๆ ทั้งหมด การหลอกลวงของนักคิดแนวดาร์วินจนด้วยคำพูดและจนปัญญากับเรื่องนี้

อัลลอฮ์ทรงเปิดเผยไว้ในคัมภีร์กุรอานว่า พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาจากจิตวิญญาณของพระองค์เอง :

“ผู้ทรงทำให้ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมันให้ดีงาม และพระองค์ทรงเริ่มการสร้างมนุษย์จากดิน แล้วทรงให้การสืบตระกูลของมนุษย์มาจากน้ำ(อสุจิ) อันไร้ค่า แล้วทรงทำให้เขามีสัดส่วนที่สมบูรณ์ และทรงเป่ารูฮ์(วิญญาณ) ของพระองค์เข้าไปในเขา และทรงให้พวกเจ้าได้ยินและได้เห็น และให้มีจิตใจ(สติปัญญา) ส่วนน้อยเท่านั้นที่พวกเจ้าขอบคุณ” (ซูเราะฮ์ อัส-ซัจญ์ดะฮ์, 7-9)

 

การกลายพันธุ์อย่างไร้แบบแผนทำลายชีวิต และไม่สามารถสร้างอวัยวะที่เข้ากันได้ทั้งสองฝ่าย

นักคิดแนวดาร์วินยืนยันว่าสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการมาจากการกลายพันธุ์โดยบังเอิญ และการกลายพันธุ์อย่างมืดบอด และไร้สตินั้นทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตที่งดงามหลากหลายอย่างที่เราเห็นบนโลกปัจจุบันนี้

คำกล่าวอ้างนี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งกันทางตรรกะอย่างยิ่ง

การกลายพันธุ์คือการแตกแยกออก, การทำให้เสียหาย และเคลื่อนออกจากที่อันเป็นผลมาจาก การแผ่รังสีหรือผลกระทบทางเคมีในดีเอ็นเอในนิวเคลียสของเซลที่มีชีวิตซึ่งบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมไว้ทั้งหมด เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของการกลายพันธุ์ทั้งหมดทำลายสิ่งมีชีวิต ในขณะที่อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ไม่เคยมีการสำรวจพบว่าการกลายพันธุ์มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย ยิ่งไปกว่านั้น

  • จากการกล่าวอ้างของนักคิดแนวดาร์วิน การกลายพันธุ์ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ได้สัดส่วนทั้งสองฝ่ายทุกที่ในร่างกาย
  • ยกตัวอย่างจากการกล่าวอ้างของนักวิวัฒนาการ เช่น ถ้าหูข้างขวาเกิดขึ้นมาจากการกลายพันธุ์ตามที่พวกเขากล่าว ดังนั้น การกลายพันธุ์อย่างไร้แบบแผนก็จะต้องผลิตหูข้างที่สองซึ่งทำหน้าที่ทางด้านซ้าย ที่มีคุณสมบัติแบบเดียวกัน ต้องมีกระดูกทั่ง, กระดูกค้อนและกระดูกโกลนในรูปแบบที่สมบูรณ์ทั้งสองข้าง
  • การกลายพันธุ์อย่างไร้รูปแบบยังจะต้องติดตั้งลิ้นหลอดเลือดหัวใจทั้งสองด้าน จากการกล่าวอ้างของนักคิดแนวดาร์วิน การกลายพันธุ์จะต้องสร้างลิ้นเหล่านี้ในรูปแบบที่สมบูรณ์และอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ในเวลาเดียวกัน และเข้ากันได้อย่างกลมกลืน
  • มิฉะนั้นจะเกิดความไม่สมดุลอย่างใหญ่หลวง และมีผลทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดโดยมีหูข้างหนึ่งพลิกกลับหัว, มีฟันที่แตกต่าง หรือมีตาข้างหนึ่งบนจมูกและอีกข้างหนึ่งที่หน้าผาก แต่เนื่องจากไม่มีความไม่สมดุลเช่นนั้นในชีวิต คำกล่าวอ้างของนักคิดแนวดาร์วินจึงต้องหมายความว่า การกลายพันธุ์ต้องสร้างทุกสิ่งทุกอย่างออกมาในรูปแบบที่ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบทั้งสองด้าน
  • แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การกลายพันธุ์เป็นผลร้าย 99% และไม่ส่งผลกระทบใดๆ 1% มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่การกลายพันธุ์จะสามารถสร้างอวัยวะที่ถูกต้อง, กลมกลืน และได้สัดส่วนในเวลาเดียวกันอย่างเหมาะเจาะ
  • ผลกระทบจากการกลายพันธุ์ที่มีต่อโครงสร้างที่เป็นระเบียบเปรียบเสมือนการยิงปืนกลเข้าใส่มัน การยิงปืนอย่างไร้แบบแผนใส่เป้าหมายที่สมบูรณ์จะเป็นการทำลายมัน ข้อเท็จจริงที่ว่ากระสุนหนึ่งนัดไม่มีผลกระทบหรือทำลายตัวติดเชื้อที่มีอยู่ในร่างกายและรักษามันได้ ก็ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตนั้นได้ถูกทำลายไปแล้วด้วยกระสุนอีก 99 นัดที่โดนมัน


วิทยาศาสตร์คือการต่อต้านแนวคิดของดาร์วิน และต่อต้านการปฏิเสธพระเจ้า

วิวัฒนาการเป็นการหลอกลวงทางวิทยาศาสตร์ เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่นักคิดแนวดาร์วินได้ใช้วิทยาศาสตร์มาชี้นำประชาชนอย่างผิดๆ ในเรื่องวิวัฒนาการ แต่กระนั้น วิทยาศาสตร์ก็ยังเป็นศัตรูของลัทธิดาร์วินนิสม์ วิทยาศาสตร์อยู่ตรงข้ามกับการปฏิเสธพระเจ้า วิทยาศาสตร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ต่อต้านมาร์กซิสท์ วิทยาศาสตร์ทำลายแนวคิดแบบมาร์กซิสท์ แนวคิดปฏิเสธพระเจ้าและแนวคิดแบบดาร์วิน สิ่งที่รื้อทำลายลัทธิดาร์วินนิสม์ก็คือวิทยาศาสตร์นั่นเอง วิทยาศาสตร์เป็นตัวจัดการกับการโฆษณาชวนเชื่อของนักคิดแนวดาร์วินอย่างหนักหน่วงที่สุด วิทยาศาสตร์ได้โค่นล้มการหลอกลวงของนักวิวัฒนาการที่คนหลงซึมซับมานานหลายปี วิทยาศาสตร์ได้ทำลายรากฐานของแนวปรัชญาปฏิเสธพระเจ้า วิทยาศาสตร์ล้มล้างและทำลายลัทธิดาร์วินนิสม์ไม่ว่ามันจะไปที่ใด ไม่ว่ามันจะเป็นประเด็นอยู่ที่ใด และไม่ว่ามันจะแสดงตัวอยู่ที่ใด ดังนั้น วิทยาศาสตร์จึงแสดงตัวเป็นความยากลำบากที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับนักคิดแนวดาร์วิน

มันคือวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าโปรตีนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ

มันคือวิทยาศาสตร์ที่เปิดเผยให้เห็นโลกที่วิเศษผิดธรรมดาของเซลล์ และแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้ไม่สามารถวิวัฒน์ขึ้นมาได้ง่ายๆ ด้วยความบังเอิญ

มันคือวิทยาศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ซากฟอสซิลมากกว่า 350 ล้านชนิด ที่ถูกค้นพบไม่เคยมีการวิวัฒน์เลย

มันคือวิทยาศาสตร์ที่ได้เปิดเผยความสลับซับซ้อนของสิ่งมีชีวิต และแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไมสามารถเกิดขึ้นได้โดยผ่านการวิวัฒนาการ

มันคือวิทยาศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีทางที่รูปแบบชีวิตอย่างหนึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่างหนึ่งได้

มันคือวิทยาศาสตร์ ที่ได้นำฟอสซิสจากยุคแคมเบรียนออกมาจัดแสดง ดังนั้น วิทยาศาสตร์นั่นเองที่ได้มอบหลักฐานในการล้มล้างวิวัฒนาการ และยังคงทำเช่นนั้นอยู่ต่อไป คำกล่าวอ้างทั้งหลายแหล่ของนักคิดแนวดาร์วินได้ล่มสลายไปเนื่องด้วยวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์ให้บทสรุปที่น่าพอใจที่ล้วนแล้วแต่หักล้างนักคิดแนวดาร์วินที่พยายามอำพรางความผิดพลาดของตนด้วยการกล่าวว่า “วิวัฒนาการคือวิทยาศาสตร์” วิทยาศาสตร์ไม่เพียงแต่สนับสนุนศาสนาเท่านั้น แต่มันยังให้หลักฐานของการมีอยู่ของอัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ วิทยาศาสตร์มีไว้สำหรับผู้ที่เชื่อในอัลลอฮ์ วิทยาศาสตร์มีประโยชน์ต่อผู้ศรัทธาที่แท้จริง ข้อเท็จจริงนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนักคิดแนวดาร์วินในศตวรรษที่ 21 นี้

“แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงละอายในการที่จะทรงยกอุทาหรณ์ใดๆ ขึ้นเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นริ้นสักตัวหนึ่ง หรือสิ่งที่เล็กยิ่งไปกว่านั้นก็ตาม ส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธานั้น พวกเขาย่อมรู้ว่าแท้จริง มันคือความจริง ที่มาจากพระเจ้าของพวกเขา และส่วนผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาจะพูดว่า ‘อัลลอฮ์ทรงประสงค์สิ่งใด ในการยกอุทาหรณ์ด้วยสิ่งนี้?’ พระองค์ทรงให้คนมากมายหลงผิดด้วยอุทาหรณ์นั้น และทรงแนะนำ ทางที่ถูกต้องแก่คนมากมายด้วยอุทาหรณ์นั้น และพระองค์ไม่ทรงให้ใครหลงผิดด้วยอุทาหรณ์นั้น นอกจากผู้ที่ฝ่าฝืนเท่านั้น” (ซูเราะฮ์ อัล-บะกอเราะฮ์, 26)

“โอ้มนุษย์เอ๋ย อุทาหรณ์หนึ่งถูกยกมากล่าวไว้แล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงฟังมันให้ดี แท้จริง บรรดาที่พวกเจ้า วิงวอนขอความช่วยเหลืออื่นจากอัลลอฮ์นั้น พวกมันไม่สามารถจะให้บังเกิดแม้แต่แมลงวันสักตัวหนึ่ง หากว่าพวกมันจะรวมหัวกันเพื่อการนั้นก็ตาม และถ้าแมลงวันพาสิ่งใดหนีไปจากพวกมัน พวกมันก็ไม่ สามารถจะเอามันกลับคืนมาได้จากแมลงวัน ทั้งผู้ขอและผู้ถูกขออ่อนแอแท้ๆ” (ซูเราะฮ์ อัล-ฮัจญ์, 73)

ลัทธิดาร์วินนิสม์ครอบงำโลกได้อย่างไร?

แนวคิดแบบดาร์วินเป็นการหลอกลวงที่มีพื้นฐานอยู่บนความผิดพลาดโดยสิ้นเชิง คนดักดานเท่านั้นที่จะยืนยันว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้เพราะความบังเอิญ แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลสิ้นดี แต่การหลอกลวงนี้ได้ครอบงำไปทั่วทุกประเทศบนโลกนี้ ทั้งรัฐบาล, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, วงการวิทยาศาสตร์, สำนักงาน, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร, สถานีวิทยุและโทรทัศน์ มันเป็นโครงสร้างแบบเผด็จการ, ฉลาดแกมโกง และชั่วร้ายของแนวคิดดาร์วิน ที่ทำให้การหลอกลวงของ ลัทธิดาร์วินนิสม์เข้าครอบงำโลกได้ เผด็จการที่ฉลาดแกมโกงนี้ที่ทำงานมาตลอด 150 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังตายลงด้วยความเจ็บปวดอย่างสาหัส ถึงแม้อิทธิพลของมันจะยังคงอยู่ก็ตาม


ไมเคิล รีส ผู้อำนวยการด้านการศึกษาราชวิทยาลัยอังกฤษ ถูกปลดจากตำแหน่งอย่างเร่งด่วนเพราะเขาเสนอให้บรรจุเรื่องการสร้างเข้าในหลักสูตรของโรงเรียน

ดร.แกฟรีล เอวิทอล, กระทรวงศึกษาธิการและหัวหน้าทบวงวิทยาศาสตร์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากแถลงการเป็นข้อเขียนและคำพูดของเขาที่เป็นการตั้งคำถามกับการวิวัฒนาการ

การครอบงำของแนวคิดเผด็จการแบบดาร์วินมีพื้นฐานอยู่บนการบังคับ, กดขี่, ข่มขู่ และกดดัน ศาสตราจารย์ที่คัดค้านการวิวัฒนาการไม่มีทางได้สอนในมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งในโลกนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีของประเทศใดที่จะสามารถประกาศได้ว่าเขาคัดค้านลัทธิดาร์วินนิสม์ ไม่มีครูคนใดสามารถบอกับนักเรียนของเขาได้ว่าการวิวัฒนาการนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง และนักเรียนก็ไม่สามารถบอกครูของพวกเขาได้ด้วยเช่นกันว่าพวกเขาไม่เชื่อในการวิวัฒนาการ ครูหรืออาจารย์คนใดที่ทำอย่างนั้นจะถูกปลดจากตำแหน่งทันที ส่วนนักเรียนก็จะต้องซ้ำชั้น ไม่มีทางที่รัฐมนตรีผู้ต่อต้านการวิวัฒนาการจะยังคงอยู่ในรัฐบาลได้ ที่จริงแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ความพยายามเพื่อที่จะให้ข้อเท็จจริงเรื่องการสร้างถูกสอนในโรงเรียนควบคู่ไปกับเรื่องการวิวัฒนาการ เกือบทั่วโลกจึงไม่มีความก้าวหน้าใดๆ

องค์การสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียงจำเป็นต้องรายงานเรื่องที่เกี่ยวกับซากฟอสซิลปลอมราวกับว่ามันเป็นข้อพิสูจน์ของ การวิวัฒนาการ พวกเขาต้องเล่นบทของตัวเองในการหลอกลวงนี้ มิฉะนั้นงานด้านสิ่งพิมพ์ของพวกเขา ก็จะต้องสิ้นสุดลง นักวิทยาศาสตร์หรือศาสตราจารย์ที่ต้องจบชีวิตในหน้าที่การงานเพราะยอมรับ ในเรื่องการสร้างหรือเพียงแค่อ้างอิงในรายงานถึงเรื่องการสร้างไม่มีทางที่จะหางานในตำแหน่งอื่นได้เลย มีความเป็นไปได้เกือบทั้งหมดด้วยว่า บุคคลเช่นนั้นจะต้องสูญเสียวงการเพื่อนไปด้วย และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะหางานในวงการวิทยาศาสตร์ได้อีกหรือไม่

ศาสตราจารย์คนอื่นๆ ที่ถูกปลดจากตำแหน่งเพราะสนับสนุนข้อเท็จจริงเรื่องการสร้าง
   
 

วิธีการที่ถูกนำมาใช้คือการบังคับ, กดขี่ และข่มขู่ และเนื่องจากภัยคุกคามและนโยบายแบบกดขี่ของเผด็จการแนวคิดแบบดาร์วินนี้ ประชาชนจึงไม่สามารถที่จะแสดงความเห็นในการคัดค้านลัทธิดาร์วินนิสม์ได้อย่างเปิดเผย และถึงกับต้องเล่นไปตามบทจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ทุกวิธีที่เป็นไปได้ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปฏิเสธลัทธิดาร์วินนิสม์ มิฉะนั้น ผู้สนับสนุนหลักการแบบเชื่อโชคลางอย่างลัทธิดาร์วินนิสม์จะไม่มีช่องทางใดเหลืออยู่เพื่อให้ยึดถือทฤษฎี ที่ไร้หลักฐานนี้ คำโกหกถูกพูดออกมาด้วยเสียงดังๆ และจะถือว่าเป็นความผิดถ้าจะมองว่าสิ่งเหล่านั้น เป็นการโกหก ทฤษฎีหนึ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์เมื่อเริ่มเปิดตัวขึ้น ได้เปลี่ยนไปเป็น ระบบความเชื่อโชคลางอย่างดันทุรังโดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เลย เป็นระบบที่การปฏิเสธมันถูกขัดขวางอย่างเป็นทางการและอย่างเปิดเผย สิ่งที่น่าจดจำอย่างแท้จริงก็คือ เรื่องนี้ถูกกระทำขึ้นอย่างครึกโครมเพียงใด โดยไม่มีความเวทนาเลยแม้แต่น้อย

ทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่สร้างหายนะมากมายไว้บนโลกนี้ และยังหาทางขัดขวางการพัฒนาของวิทยาศาสตร์อีกด้วย

ปัจจุบันนี้ มีเงินหลายล้านดอลล่าร์ถูกส่งไปเพื่อสนับสนุนการศึกษาที่สนับสนุนการวิวัฒนาการ การศึกษาด้านวิวัฒนาการหมายถึง การใช้จ่ายทรัพย์สินไปเพื่อประดิษฐ์คิดค้นการหลอกลวงใหม่ๆ และเผยแพร่มันออกไปผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เงินจำนวนนี้ ที่ควรจะถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนา และความก้าหน้าในวงการแพทย์ เพื่อรักษาโรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ หรือที่อาจจะถูกนำไปใช้ เพื่อปกป้องคนหลายล้านคนที่กำลังจะตายเพราะความอดอยากในแอฟริกา กลับถูกนำออกห่างไปจากประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วนำไปหว่านโปรยกับเรื่องโกหกหลอกลวง

วิวัฒนาการ การหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 150 ปีที่ผ่านมา ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก และได้สะกดจิตหมู่ประชาชนด้วยวิถีทางของเทคโนโลยีของเผด็จการแบบดาร์วิน อย่างที่เราจะเห็นได้ว่า ลัทธิดาร์วินนิสม์ได้รับการสนับสนุนจากทั่วโลก ไม่ใช่เพราะว่ามันคือแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเพราะประชาชนถูกบีบและตั้งเงื่อนไขให้เชื่อมัน และมันได้รับการปกป้องด้วยเผด็จการณ์แบบดาร์วิน มนุษย์จะต้องไม่ถูกหลอกลวงด้วยความจริงที่ว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนทฤษฎีนี้ เพราะคนเหล่านี้บางส่วนไม่ได้สำนึกรู้ว่าลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นการหลอกหลวงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในขณะที่อีกบางส่วนสนับสนุนลัทธิดาร์วินนิสม์เนื่องจากกลัวว่าจะเสียงานหรือกลัวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความเกลียดชัง การครอบงำไปทั่วโลกและพื้นฐานที่เน่าเปื่อยของทฤษฎีจอมปลอมที่เผยแพร่โดยเผด็จการณ์ แบบดาร์วินที่เป็นระบบของซาตานล้วนๆ นี้ กำลังถูกลบล้างไปทีละเรื่องๆ ด้วยอำนาจของอัลลอฮ์ การสูญสิ้นไปโดยสิ้นเชิงของทฤษฎีวิวัฒนาการนี้กำลังเกิดขึ้นแล้วเพียงแต่ขึ้นอยู่กับเวลา และในอีกไม่นานนี้แล้ว

หนังสือ “แผนที่แห่งการสร้าง” และนักคิดแนวดาร์วินที่เสื่อมศรัทธาต่อลัทธิของตน

เมื่อมีคนบอกผู้ที่อยู่ในห้องที่ปิดสนิทว่า “ข้างนอกมืดแล้ว” มีความเป็นไปได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าเขาจะเชื่อ แต่เมื่อเขาเห็นดวงอาทิตย์ข้างนอกผ่านทางร่องเล็กๆ ร่องหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะทำให้เขาเชื่อได้เลยว่าข้างนอกมืดแล้ว



แอน แบรสเซอร์ นักการเมืองชาวลักเซ็มเบิร์ก ผู้เสนอรายงานต่อคณะกรรมการแห่งยุโรปที่มีสำนักงานใหญ่ในสตราสเบิร์ก หยิบหนังสือ “แผนที่แห่งการสร้าง” ขึ้นแสดงต่อกลุ่มนักข่าวและกล่าวว่า

“ฮารูน ยะห์ยา เป็นมุสลิม เป็นชาวตุรกีผู้เชื่อในเรื่องการสร้าง นี่คือหนังสือเล่มแรก ยังมีอีกสองเล่ม มันถูกส่งไปยังยุโรป มีสองภาษา คือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส หนังสือเล่มนี้บอกว่าทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นเรื่องโกหก และลัทธิดาร์วินนิสม์เป็นต้นเหตุของความรุนแรง และเป็นผู้รับผิดชอบต่อเผด็จการต่างๆ แห่งศตวรรษที่ 20 และสิ่งที่คล้ายกันนี้...”

นักคิดแนวดาร์วินก็อยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนแบบเดียวกัน เป็นเวลา 150 ปีมาแล้ว ที่นักคิดแนวดาร์วินกระทำผิดอย่างไม่อายด้วยการหลอกลวงทุกรูปแบบเพื่อปลอมตัวว่าเป็นวิทยาศาสตร์ พวกเขาไม่เคยละอายแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาได้ทำให้ตัวเองเชื่อไปแล้วว่าพวกเขาจะสามารถหลอกลวงผู้คนได้ ด้วยรายงานที่ผิดพลาดเหล่านี้ การโกหกถูกกล่าวซ้ำๆ ด้วยการสั่งสอนที่หนักแน่นขึ้น ด้วยผลกระทบจากสิ่งที่เห็นและการสะกดจิต แล้วจึงรวมกันเป็นการสนับสนุนในระดับที่น่าตกใจ แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของนักคิดแนวดาร์วิน ในขณะที่ผู้คนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งการสะกดจิต ในขณะที่การปฏิเสธเรื่องวิวัฒนาการกำลังกลายเป็นอาชญากรรม ผู้คนก็เกิดเห็นแสงสว่างวาบของดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์นั้นคือแผนที่แห่งการสร้าง

ในทันทีที่หนังสือเรื่อง “แผนที่แห่งการสร้าง” ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ก็ไม่อาจโน้มน้าวให้ผู้คนเชื่อได้อีกต่อไปแล้วว่า การวิวัฒนาการมีอยู่จริง ไม่มีนักคิดแนวดาร์วินแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถปฏิเสธซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิต หลายพันชิ้นที่จัดแสดงอยู่ใน “หนังสือแผนที่แห่งการสร้าง” ยิ่งไปกว่านั้น ฟอสซิลทุกชิ้นในหนังสือที่งดงามเล่มนี้ ก็มากเพียงพอแล้วในการล้มล้างเรื่องวิวัฒนาการ ด้วยเหตุผลนี้เอง สื่อสิ่งพิมพ์ในฝรั่งเศส ป้อมปราการหนึ่ง ของลัทธิดาร์วินนิสม์ ต้องสั่นสะเทือนต่อหน้า “หนังสือแผนที่แห่งการสร้าง” จนต้องกล่าวคำพูดบางอย่างออกมา เช่น “หายนะครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส”, “หายนะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า” และ “อารยธรรมหลายพันปีของเราได้พังทลายลงแล้ว”

รัฐสภาในยุโรปที่มีแนวคิดแบบดาร์วินถือว่าหนังสือที่ยอดเยี่ยมเล่มนี้เป็นอุปสรรค์ใหญ่หลวงที่สุด ในการสอนเรื่องวิวัฒนาการ และยกให้เรื่องนี้เป็นความแตกตื่นของรัฐ องค์การสื่อสิ่งพิมพ์แนวดาร์วินหลายร้อยแห่งถูกบังคับให้ยอมรับผลกระทบที่น่าตื่นตะลึงไปทั่วโลกของแผนที่นี้


“หนังสือแผนที่แห่งการสร้าง” เป็นเครื่องมือเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ศรัทธาทุกคน


การที่อุคตาร์เผยแพร่ข้อเท็จจริงไปทั่วโลกว่า ไม่มีโปรตีนแม้แต่ตัวเดียวที่จะสามารถก่อตัวขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ และการพิสูจน์ของเขาด้วยหนังสือ “แผนที่แห่งการสร้าง” ว่าสิ่งมีชีวิตหลายล้านรูปแบบไม่เคยมี การเปลี่ยนแปลงเลยนั้น เป็นการทำงานที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในการเอาชนะการวิวัฒนาการในปัจจุบัน ต้องขอบคุณต่อความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงนี้ ที่ทำให้ชาวมุสลิมผู้ศรัทธา ชาวคริสเตียน และชาวยิว สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างอิสระและมีความมั่นใจในตัวเองได้ ผู้ศรัทธาบางคนที่ก่อนหน้านี้ เคยนิ่งอึ้งและพ่ายแพ้ต่อนักคิดแนวดาร์วิน และไม่สามารถทำความเคลื่อนไหวใดๆ ได้ ก็กลับมีพลังขึ้นมาอีกครั้งด้วยผลงานที่สำคัญเล่มนี้ หลังจากการทำงานอย่างทรงคุณค่า และมุ่งมั่นของอุคตาร์ที่มีเป้าหมายเพื่อกำจัดเรื่องการวิวัฒนาการออกไป มันจึงมีความเป็นไปได้ในการจัดการประชุมที่กล่าวถึงลักษณะการหลอกลวงของการวิวัฒนาการ และเรียกร้องให้ผู้คนมีความเชื่อในความเป็นเอกะของอัลลอฮ์ในค่ายทหารของสหรัฐฯ และในการประกาศความจริงบนรถโดยสารโดยเขียนคำว่า “พระเจ้าทรงมีอยู่” บนด้านข้างของรถแล้ววิ่งไปอย่างอิสระตามท้องถนนในกรุงลอนดอน

หลังจากกิจกรรมที่สำคัญเหล่านี้ทั้งหมด ได้มีผู้ร่วมการประชุมเกี่ยวกับเรื่องการสร้างหลายพันคนซึ่งจัดขึ้นในแคนาดา, อเมริกา, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม, เยอรมนี, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, สวีเด็น, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย, สิงคโปร์, ดูไบและอีกหลายประเทศ ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ทั่วโลกได้กล่าวอ้างถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้

หลังจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ นักคิดแนวดาร์วินบางคนได้เลิกศรัทธาต่อศาสนาเชื่อถือโชคลางนี้ในทันที พวกเขาไม่มีเรี่ยวแรงอีกต่อไปในการต่อสู้เพื่อปกป้องการหลอกลวงที่พวกเขากระทำมานานหลายปี หรือแม้แต่คิดเรื่องหลอกลวงใหม่ๆ ขึ้นมาอีก หนังสือพิมพ์ของแนวคิดดาร์วินกำลังปิดตัวลงไปทีละฉบับ ไม่ใช่เพราะเหตุผลด้านการเงิน แต่เป็นเพราะพวกเขาสูญสิ้นความศรัทธา และหยุดการพิมพ์เผยแพร่ สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของนักคิดแนวดาร์วินที่เคยขึ้นปกด้วยการกล่าวอ้างถึงเรื่องโกหกใหม่ๆ รายสัปดาห์ ก็ไม่สามารถที่จะเขียนถึงเรื่องใดได้อีกแม้แต่เรื่องเดียว การโฆษณาชวนเชื่อของดาร์วิน แหล่งกำเนิดเดียวที่สร้างพลังให้กับลัทธิดาร์วินนิสม์ ได้สิ้นสุดลงอย่างเงียบๆ นักคิดแนวดาร์วินที่เคยหยิบยกเรื่องวิวัฒนาการมากล่าวถึงในทุกโอกาสด้วยการใช้เทคนิคต่างๆ นานา ในการโฆษณาชวนเชื่อได้เงียบเสียงลงในทันที และไม่ปรารถนาที่จะเสื่อมเสียอีกต่อไป

โปสเตอร์บนรถโดยสายในลอนดอน โปรโมตหนังสือ “แผนที่แห่งการสร้าง” >>>

การประชุมถึงข้อเท็จจริงแห่งการสร้าง ที่อ้างอิงกับผลงานของ คุณอัดนาน อุคตาร์ มีเสียงสะท้อนในเมืองใหญ่ๆ ของโลก
สวิตเซอร์แลน - โลซาน >>> สวิตเซอร์แลน - โลซาน >>>
เยอรมันนี - ลูแน่น >>> ฝรั่งเศส - ปารีส >>>
เหรียญที่มอบให้แก่คุณอัดนาน อุคตาร์ หลังการประชุมที่จัดขึ้นที่ฐานทัพ ซาน แอนโตนิโอ สหรัฐอเมริกา

ประตูสู่เสรีภาพจากความเสียหายของลัทธิดาร์วินนิสม์เปิดอยู่เสมอ

ศาสนาแห่งการเชื่อโชคลางที่หลอกลวงทั้งหลายกำลังพบกับความน่าสะพรึงกลัวและพังทลายลงอย่างรุนแรง ในยุคสุดท้ายที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ และในยุคที่ท่านมะฮ์ดี(อ.) และศาสดาอีซา(อ.) จะมาปรากฏตัวนี้ ไม่มีใครสามารถหยุดการพังทลายนั้นได้ นี่คือกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ในยุคนี้ อัลลอฮ์กำลังนำการพังทลายอันใหญ่หลวงและชัดเจนนั้นมาด้วยวิธีการทำงานของอุคตาร์ ประชาชนทั้งหลายที่เคยหลงเชื่อในลัทธิดาร์วินนิสม์อย่างมืดบอดจะต้องประหลาดใจที่ได้รู้ว่าพวกเขาถูกหลอกลวงมาอย่างไร ในขณะที่นักคิดแนวดาร์วินจะต้องเสียใจที่พบว่าตัวเองยืนอยู่ในตำแหน่งที่ผิดพลาด แต่อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไป การค้นพบและหันเข้าหาสัจธรรมด้วยการยอมรับความพ่ายแพ้และความผิดพลาดของตนเป็นคุณความดี อันยิ่งใหญ่ ดังนั้น นักคิดแนวดาร์วินทุกคนที่ได้รับรู้ถึงความเสียหายของลัทธิดาร์วินนิสม์ มีโอกาสอยู่เสมอในการแก้ไขความผิดพลาดร้ายแรงที่พวกเขาได้ทุ่มเทชีวิตไปให้กลับมาถูกต้อง ตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้